6 อย่างที่ “ต้อง” เตรียมตัวสำหรับไปสัมภาษณ์งานให้ได้งาน

Highlight

ขั้นตอนสำคัญที่สุดในการที่เราจะได้งานที่เราอยากจะทำหรือได้ร่วมงานกับบริษัทที่เราใฝ่ฝัน ก็คือ การสัมภาษณ์งาน บทความนี้เราจะมาดูกันว่าเราต้องเตรียมตัวอย่างไร เพื่อที่ได้แสดงตัวตนของเราและสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่มาสัมภาษณ์เราครับ

ผมได้ข้อคิดมาจากหนังสือ “อย่าปล่อยให้ใครฆ่าวาฬของคุณ” ผู้เขียนคือคุณรวิศ หาญอุตสาหะ ซึ่งพูดถึงวิธีการเตรียมตัวการนำเสนออย่างไรที่จะทำให้ผู้ฟังประทับใจ

ซึ่งวิธีการเตรียมตัวนี้สามารถถูกนำมาปรับเพื่อใช้สำหรับการเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งานได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากจุดประสงค์ของการไปสัมภาษณ์งานนั้นก็คือการที่เราต้องไปนำเสนอตัวตนของเราให้แก่ผู้ที่สัมภาษณ์ประทับใจให้ได้นั่นเองครับ

มาดูกันครับว่า 6 สิ่งที่ต้องเตรียมตัวเพื่อไปสัมภาษณ์งานให้ได้งาน มีอะไรบ้าง

  • ต้องรู้จักตัวเอง
  • พูดความจริงเท่านั้น
  • ต้องเริ่มต้นให้ผู้ฟังทึ่ง
  • ตอบคำถาม “ทำไม”
  • เตรียมตัวไปสนธนา
  • ซ้อม ซ้อม ซ้อม และ ซ้อม

1. ตัวเราต้องรู้จักตัวเองให้มากที่สุด

ก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนการสัมภาษณ์งานผมขอย้อนกลับไปในจุดของการเตรียมตัวกันซักนิดก่อนครับ

เคยได้ยินมั้ยครับว่าตัวเราเองนี่แหละที่จะต้องรู้จักตัวเราดีที่สุด ถ้าเรายังไม่ว่าอะไรที่เป็น “จุดเด่น” หรือ “จุดอ่อน” ของตัวเอง แล้วเราจะสามารถไปขายความเก่งของเราให้คนอื่นสนใจได้อย่างไร ใช่มั้ยครับ..

ดังนั้นเราจะต้องกลับมามองย้อนกลับเลยว่าที่ผ่านมาเรามีจุดเด่นอะไรบ้าง (เน้นที่จุดเด่นหรือผลงานเลยนะครับ)

สำหรับคนที่เพิ่งเรียนจบและกำลังหางาน เราอาจจะต้องรวบรวมว่ามีกิจกรรมอะไรบ้างที่เราเข้าร่วม, วิชาอะไรที่เราสนใจและทำได้ดีในขณะที่ศึกษาอยู่ หรือเรามีประสบการณ์ในการฝึกงานที่ไหนบ้าง

หรือสำหรับคนที่มีประสบการณ์ทำงานมาแล้ว เราต้องกลับมาเตรียมข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับงานที่เราต้องรับผิดชอบบ้างในตำแหน่งหน้าที่ของเราในทุกๆบริษัทหรือองค์กรที่เราเคยทำงานด้วย

พอเรารวบรวมข้อมูลของตัวเรามาได้แล้ว หลังจากนั้นให้เราสร้าง resume ของเราตัวขึ้นมา โดย resume นั้นไม่ควรมีความยาวเกิน 2 หน้ากระดาษ A4 เท่านั้นนะครับ (คราวหน้าผมจะมาแชร์ความเห็นเรื่องการสร้าง resume ที่ดีกันครับ)

โดยตัว resume นี้จะใช้เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่ได้รับ resume ของเราและตัดสินใจที่จะให้โอกาสเราในการเข้าไปคุยให้รู้จักตัวตนกันให้มากขึ้นครับ

ต่อมามาถึงขั้นตอนที่เราจะต้องไปพบกับผู้สัมภาษณ์เราละครับ สิ่งที่เราต้องเตรียมก่อนที่จะไปนั้นคือ Slide แนะนำตัวเองในรูปแบบ PowerPoint ครับ ถ้าเราสามารถนำเอา iPad หรือ computer ส่วนตัวไปได้ ก็แนะนำให้เราทำการนำเสนอจากอุปกรณ์ของเราเลยครับ หรือ ถ้าไม่ได้ เราต้องเตรียมตัว print slide ของเราออกมาบนกระดาษสำหรับที่จะให้แก่ผู้ที่จะมาสัมภาษณ์เราเลยครับ

โดยจำนวน slides นั้นอาจจะมีเท่ากับจำนวนบริษัทที่เราเคยทำงานด้วย หรือ อาจจะมีเพียงแค่ 2 – 3 slides เท่านั้นสำหรับคนที่เพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ

ในส่วนของเนื้อหาที่เราใส่จะใส่ลงไปใน Slides แนะนำตัวนั้น ต้องเป็นผลงานของเราที่ได้ทำสำเร็จในขณะที่ทำงานในแต่ละบริษัท หรือ ผลงานที่เราได้ทำช่วงที่เรากำลังศึกษาอยู่

สิ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างมากคือ เราต้องเน้นให้ผู้สัมภาษณ์ใช้ slide ของเราเพื่อดูสำหรับที่จะฟังเราแนะนำตัวเท่านั้น “ห้ามทำให้ผู้สัมภาษณ์อ่าน slide ของเราแทนที่จะฟังเราโดยเด็ดขาด”

จำไว้ว่าเวลาที่เราแนะนำตัวของเราแก่ผู้มีมาสัมภาษณ์เรา เราต้องนำเสนอสิ่งที่น่าสนใจในตัวเราเท่านั้น โดยปกติแล้วเราจะใช้เพียง 10% ของสิ่งที่เตรียมไปเท่านั้น ส่วนข้อมูลอีก 90% ที่เหลือนั้นจะเป็นข้อมูลที่เราเตรียมไว้เพื่อรองรับคำถามที่จะตามมา

การทำการบ้านไปก่อนว่าผู้ที่มาสัมภาษณ์เราคือใคร ผู้ฟังมีความรู้เรื่องนั้นแค่ไหนนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องเตรียมไปให้ดีครับ

2. ต้องพูดแต่ความจริงเท่านั้น

ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญมากเป็นลำดับต้นๆของการแนะนำตัวเองครับ เราต้องเล่าเรื่องที่เป็นตัวของเราเท่านั้นเช่น ผลงานของเรามีอะไรบ้าง ขอบเขตของสิ่งที่เรารับผิดชอบในแต่ละงานนั้นแค่ไหน อะไรคือจุดเด่นของตัวเรา การพูดต้องให้กระชับ หนักแน่น และต้อง “ไม่แต่งเติม” สิ่งที่ไม่จำเป็น หรือ เรื่องที่เราไม่ได้ทำหรือเป็นจริงๆ เข้าไปอย่างเด็ดขาดครับ

จำไว้ว่าถ้าเราเริ่มพูดสิ่งที่ไม่จริงเกี่ยวกับตัวเราไปแล้ว เราต้องพูดไม่จริงต่อไปเรื่อยๆ เพื่อพยายามไม่ให้คนอื่นรู้ว่าเราพูดไม่จริง ดังนั้นสิ่งที่เราจะเจอคือวันไหนที่เราพลาด สิ่งนั้นจะกลับมาทำร้ายตัวเราเองในที่สุดไม่ช้าก็เร็ว

3. ต้องเริ่มต้นแบบระเบิดลง

โดยปกติแล้วในช่วงที่เริ่มต้นของการสัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์มักจะให้เราแนะนำตัวเองก่อน สิ่งที่เราจะต้องทำให้ได้คือ เราต้องเรียกความสนใจจากผู้ที่มาสัมภาษณ์เราให้ได้ตั้งแต่ 1 นาทีแรก

อาจจะเป็นการเล่าว่าปัจจุบันนี้เราทำงานในตำแหน่งใด ที่ผ่านมาเราใช้เวลาเท่าไหร่ในการก้าวมาถึงงานในตำแหน่งปัจจุบัน อะไรคือผลงานที่ทำสำเร็จ ทำให้ได้รับการเลื่อนขั้นขึ้นมา หรือถ้ายังคงเป็นตำแหน่งงานเดิม เราต้องเล่าให้ผู้ฟังสนใจว่างานที่เรารับผิดชอบนั้นมีความสำคัญอย่างไร อะไรที่ทำให้เราได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบงานนี้

สำหรับคนที่เพิ่งจบการศึกษาอาจจะเล่าถึงอะไรที่ตนเองทำได้สำเร็จในช่วงที่ศึกษาอยู่ เช่น ประสบการณ์ในการฝึกงาน หรือ กิจกรรมระหว่างเรียน แต่ต้องเป็นทักษะพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่สมัครด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่า เราไปสมัครงานในตำแหน่ง IT support แต่ไปเล่าว่าเราเล่นฟุตบอลได้ดี แบบนี้ถือว่าความสามารถที่เราบอกเค้าไปไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสามารถที่เค้ามองหาเลย ซึ่งในกรณีนี้อาจจะเล่าว่าเรามีความสามารถอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีแทนครับ

ถ้าเราไม่สามารถเรียกความสนใจจากผู้ที่มาสัมภาษณ์เราได้ภายใน 1 นาทีแรกแล้ว เราก็จะไม่สามารถที่จะ “โดดเด่น” ขึ้นมาจากผู้สมัครคนอื่นๆ ดังนั้นการเริ่มต้นแบบทรงพลังเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่ว่ามันจะเป็นตัวอย่างผลงานหรือตัวเลขทางสถิติ ขอให้แน่ใจว่าผู้ที่มาสัมภาษณ์ ต้องทึ่ง หรืออยากรู้จักเราต่อเมื่อได้ยิน

4. ต้องตอบคำถามว่า “ทำไม”

เราต้องตอบคำถามผู้ที่มาสัมภาษณ์อยู่ให้ได้ว่า ทำไมเค้าต้องมานั่งฟังเรื่องของตัวเราในวันนี้ ทำไมเค้าถึงต้องสนใจในตัวเรา หรือเรามีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับงานในตำแหน่งนี้

5. ทุกอย่างคือการสนทนา

ไม่ว่าผู้ที่มาสัมภาษณ์เราจะมีเพียง 1 คนหรือ 3 คนหรือมากกว่า สิ่งที่เราต้องทำคือการพูดกับผู้ฟังแต่ละคน ทีละคน ต้องทำให้สิ่งที่เรากำลังพูดต้องไปให้ถึงคนฟัง มองตาคนที่เรากำลังพูดให้เค้าฟัง อย่าก้มหน้าหรือมองไปทางอื่นเวลาพูด ที่สำคัญเราไม่จำเป็นต้องพูดแต่สิ่งที่เราอยากจะพูด แต่ให้สังเกตว่าคนฟังต้องการฟังอะไรในตอนนั้น ถ้าเราทำได้ผู้ฟังจะเกิดความประทับใจทันที

6. ซ้อม ซ้อม ซ้อม และ ซ้อม

มีคนเก่งอีกมากมายที่ไปไม่ถึงไหนเพราะไม่สามารถเอาความเก่งนั้นมาขายให้คนฟังรู้ถึงความเก่งนั้น ดังนั้นก่อนที่จะไปสัมภาษณ์ นอกจากที่จะเตรียมเนื้อหาสิ่งที่เราจะเอาไปพูดให้แก่ผู้ฟังแล้ว สิ่งที่เป็นตัวตัดสินว่าในวันที่ไปสัมภาษณ์งานเราจะทำได้ดีตามที่เราคาดหวังไว้หรือไม่คือ การซ้อม

การซ้อมจะช่วยให้เราสามารถงัดเอาส่วนดีของเราออกมาให้ได้มากที่สุด ยิ่งซ้อมมาก ตัวเราจะได้มีโอกาสปรับคำพูด ท่าทางให้ไหลลื่น กระชับ เชื่อมโยงเรื่องต่างๆได้ดีมากขึ้น โดยใช้ slide ที่เราได้เตรียมไว้มาเป็นตัวช่วยให้เรารู้ว่าเรากำลังพูดเรื่องอะไร และ เรื่องต่อไปคือเรื่องอะไร

จำไว้ครับยิ่งซ้อมมากเท่าไหร่ เรายิ่งมีความพร้อม ความมั่นใจมากขึ้นเท่านั้น

สุดท้ายนี้นอกเหนือจากการเตรียมตัวให้ดี ซ้อมให้ดีแล้ว สิ่งที่ต้องไม่มองข้ามคือ บุคลิกภาพของตัวเราเองเพียงแค่แต่งตัวให้สุภาพ สะอาดสะอ้าน แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ที่พบเรารู้สึกประทับใจแล้วครับ

ถ้าใครมีข้อคิดเห็น หรือ ข้อแนะนำอะไรเพิ่มเติม สามารถมาแบ่งปัน มาคุยกันได้นะครับ..

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *