สรุป Business Innovation – Alex Osterwalder

Alexander Osterwalder is a Swiss business theorist, author, speaker, consultant, and entrepreneur, known for his work on business modeling and the development of the Business Model Canvas.


  • Idea is nothing – ไอเดียจะไม่มีค่าอะไรจนกว่า idea นั้นจะได้รับการ Test ว่าตลาดต้องการ ดังนั้นการมีไอเดียต้องได้รับการทดสอบด้วยเสมอ มีหลายคนที่แค่จะเริ่มต้นเรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำซะแล้ว >> คำถามต่อมาคือ ถ้าเราคิดว่าไอเดียของเรานั้นดีมาก ถ้าเราชอบไอเดียนี้ของเรามากมาก ให้ลอง ฉีกมันทิ้งซะ

    ทำไมเราต้องลองฉีก Idea ที่เราชอบมันมากมากด้วยหละ…

    …เพราะคนเรามักตกหลุมรักไอเดียแรกๆ ของตัวเราว่ามันดีสุดยอด ยิ่งถ้าเราได้เริ่มสร้างอะไรไปแล้ว ยิ่งจะทำให้เรามักจะไม่ยอมเปลี่ยนมุมมอง ทำการทดลองในด้านอื่นๆ ต้องจำไว้ว่า “เราต้องพร้อมที่จะทิ้งไอเดียของเราตลอดเวลาเพื่อทดลองหาไอเดียที่ใหม่กว่า”

    Mindset ที่ควรต้องระวังคือ “คิดมาแล้วเปลี่ยนอีกแล้วเหรอ”, “นี่ทำมาตั้งหลายวันทำไมมาเปลี่ยน”, “ทำไมเปลี่ยนอีกแล้ว”…

    …ในทางกลับกันสิ่งที่เราควรจะต้องมีคือ Mindset ที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จนกว่าจะแน่ใจว่า Idea ของเราเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นที่ต้องการของตัวเอง…

    ซึ่งกว่าจะได้รู้ถึงสิ่งที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริงต้องเริ่มจาก… “การตั้งคำถามให้ถูก

    …ไม่ใช่เริ่มจากการถามลูกค้าว่าลูกค้าอยากได้อะไร แต่ให้เริ่มจากการถามลูกค้าว่าลูกค้าต้องการแก้ปัญหาอะไรให้สำเร็จ หลังจากนั้นให้ทำการสร้าง Prototype, ทดสอบ และ ปรับเปลี่ยน จนกว่าจะได้ product ที่เป็นที่ต้องการ (หรือสามารถแก้ปัญหา) จากลูกค้าอย่างแท้จริง…

    “Prototyping is not a refining picture of your first idea, it’s about exploring alternative”
     
  • Innovation ไม่ใช่การเอาเทคโนโลยีใหม่ที่สุดหรือทันสมัยที่สุดเข้ามาแต่เป็นการสร้าง Value ให้กับลูกค้า ยกตัวอย่างตอน Nintendo Wii ออกมา เทคโนโลยีไม่ได้ใหม่ที่สุด แต่เข้าถึงลูกค้าที่เป็น Undeserved คือลูกค้าที่เล่นเกมส์แบบไม่ได้เอาจริงเอาจัง และประสบความสำเร็จมาก
     
  • Innovation จะเกิดขึ้นได้ในองค์กรที่มีกลยุทธ์ในการสร้างนวัตกรรม (Strategic Innovation)

Strategic Innovation – Prototype > Feedback > Continuous Improve.

  • Innovation คือการหา Business model ใหม่ๆ หลีกเลี่ยงการเสียเวลาไปกับการทำ Business Plan เพราะ… เรื่อง Forecast เรื่อง Revenue เราไม่มีทางรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่ต้องทำคือการทดลองไปเรื่อยๆว่าอะไร Work หรืออะไรที่ไม่ Work ซึ่งองค์กรที่เข้าใจเรื่องนี้จะไม่เอาเรื่องการทำ Innovation ไปวัดผลแบบธุรกิจที่ทำกันอยู่มาอยู่แล้ว (Business as Usual) 

    “In innovation, business model is a waste of time and increase the chance of your failure. A business model is good only for execution not innovation”
     
  • Innovation มี 3 รูปแบบและองค์กรที่จะสามารถอยู่รอดได้จะต้องมีครบทั้งหมด ซึ่งจะประกอบไปด้วย
  1. Efficiency Innovation : คือนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ อันนี้ช่วยให้งานของเราทำได้ดีขึ้น แต่ไม่ช่วยให้เรารอดจากการโดน Disruption ได้… ตัวอย่างที่ดีของ Innovation ประเภทนี้ เช่น Amazon ทำระบบ Logistic ที่มีประสิทธิภาพมากๆ
     
  2. Sustaining Innovation : หมวดนี้คือการทดแทนของเก่าด้วยของใหม่ ซึ่งก็ช่วยยืดระยะของธุรกิจได้ไปประมาณนึง แต่ก็ไม่พออยู่ดี ยกตัวอย่างเช่น Amazon Kindle
     
  3. Growth innovation : นี่คือ Business Model ใหม่ที่จะทำให้องค์กรอยู่เหนือคู่แข่งได้เป็นสิบๆปี ยกตัวอย่างเช่น Amazon Web Service (AWS) เกิดจากบริษัทที่เริ่มต้นจากการขายหนังสือ กลายมาเป็นบริษัทที่สร้างโครงสร้างของ Internet ที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้

  • Level of business model:
     
    • Level 0 : แข่งกันที่ Product
      ใครจะสามารถทำ Product ได้ดีกว่ากว่ากัน ซึ่งถ้าใครยังอยู่แค่ตรงนี้เหนื่อยแน่นอน เพราะด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันตัว Product เองนั้นแข่งกันได้ง่ายมาก

      “Having a great product is not a competitive advantage”

      …กลุ่มนี้เรียกว่า The Oblivion
       
    • Level 1 : ใช้ Business Model as a Checklist
      กลุ่มนี้มี Business Model และใช้ Business Model ในการแข่งขัน แต่ว่าใช้จากการเอาสิ่งที่ตัวเองมีไปใส่ใน Business Model หรือในอีกแง่คือพวกเขาใช้ Business Model as a Checklist

      …กลุ่มนี้เรียกว่า The Beginner
       
    • Level 2 : มี Business Model ที่แข็งแรงมากๆ จนสามารถที่จะใช้ model ในการสร้างความแตกต่างให้คู่แข่งได้ เช่น Nespresso มี System ที่ทำให้ธุรกิจกาแฟซึ่งปกติเป็นการซื้อเป็นครั้งๆ (Transactional) เป็นการซื้อซ้ำ (Recurring) ได้

      …กลุ่มนี้เรียกว่า The Masters
       
    • Level 3: กลุ่มนี้ไม่ได้แค่ต่อสู้กันด้วย Business model แต่ยังคิดไปถึงการสร้าง Business Model ใหม่ๆในขณะทื่ Business Model เดิมยังประสบความสำเร็จและสร้างกำไรได้อยู่ ในหลายครั้งมันหมายถึงการ Disrupt หรือ Cannibalize Model ด้วย ตัวอย่างเช่น Amazon

      …กลุ่มนี้เรียกว่า The Invincible

Speaker: Alex Osterwalder
Refer to Summarized Posts by Mission To The Moon

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *