คุณรู้จักคนที่คิดว่ารู้จักดีแค่ไหน

ก่อนอื่น “ผมอยากให้พวกคุณลองนึกถึงนักฟุตบอลซักคนในทีมที่คุณรักที่ฟอร์ม 3 วันดี 4 วันร้าย บางช่วงฟอร์มกำลังดีแต่อีกซักพักก็มีข้อผิดพลาด ออกลูกเฟอะฟะ โฉ่งฉ่าง จนทำให้ทีมไม่ชนะคู่แข่งหรือจนถึงพลาดท่าแพ้คู่แข่งในนัดต่อๆมา แล้วลองนึกภาพต่อว่านักฟุตบอลคนนี้ก็ยังได้รับการต่อสัญญาให้อยู่กับทีมต่อไปเรื่อยๆ”

ถึงตอนนี้ผมคิดว่าพวกคุณแต่ละคนคงจะมีนักฟุตบอลซักคนโผล่ขึ้นมาในใจกันใช่มั้ย? ถัดมาผมขอให้พวกคุณลองนึก หรือ เขียนแบบจัดเต็มไม่ต้องยั้งว่า คุณจะเรียกนักฟุตบอลคนนี้ว่าอะไร เช่น ผมอาจจะเรียกนักฟุตบอลคนนั้นว่า “ไอ้ห่วยแตก”, “ไอ้ตัวไร้ประโยชน์”…

เอาหล่ะ ผมขอต่อเรื่องต่อไปว่า “ถ้าตอนเช้าของวันต่อมาคุณได้อ่านข่าวในหน้า Facebook ของคุณแล้วพบว่า ทางสโมสรที่คุณรัก ได้ทำการต่อสัญญานักฟุตบอลคนนี้ออกไปอีกแล้ว ทำให้นักฟุตบอลคนนี้จะอยู่กับทีมรักของคุณเกิน 10 ปีและมีสิทธิที่จะได้รับการจัดเทสติโมเนี่ยลแมตช์หรือเกมเกียรติยศ แทนที่จะปล่อยตัวออกไปแล้วเอาเงินไปหานักเตะเลือดใหม่มาเสริมทีมแทน”

พวกคุณยังจะนึกถึงคำประมาณว่า “ชิบหายแล้ว”, “ต่อแม่งทำไมวะ” กันอยู่บ้างใช่มั้ย..

แล้วพวกคุณจะทำยังไงต่อ ปรี๊ดแตก เริ่มหัวร้อน โวยวาย สบถ กับหน้าจอมือถือรึปล่าว เริ่มไลน์หาเพื่อนร่วมอุดมการณ์เพื่อร่วมกันบ่น ด่ามั้ย หรือแค่โมโหเรื่องคุณภาพห่วยๆของการบริหารทีม ถ้าพวกคุณเป็นแบบนั้นจะเห็นได้ชัดเลยว่าพวกคุณมีความคับข้องใจ ความไม่พอใจกับการมีนักฟุตบอลคนนี้ในทีมโปรดของพวกคุณ แบบนี้กันมากมาย…

เอาละต่อมา ผมขอให้คุณนึกถาพตามต่อว่า สมมติพวกคุณมีโอกาสคุยกับนักฟุตบอลคนนี้ และพวกคุณถามนักฟุตบอลคนนั้นอย่างใจเย็นว่า “เอาหล่ะนายจะให้ทางสโมสรจัดเทสติโมเนี่ยลแมตช์ให้นายเมื่อไหร่ดี” แล้วอีกฝ่ายน้ำตาซึมแล้วตอบพวกคุณกลับมาว่า…

Continue reading “คุณรู้จักคนที่คิดว่ารู้จักดีแค่ไหน”

เหนื่อยมั้ยกับการที่ถูกมองว่าเป็นคนเก่งและถูกคาดหวังตลอดเวลา

“ทำไมทุกคนต้องคิดว่าเราเก่ง เราจะต้องทำได้ทุกอย่าง ทำไมเราต้องแบกรับความคาดหวังของคนอื่นๆอยู่ตลอดเวลา ความกดดันที่ทำให้เราต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้คนอื่นๆยอมรับในตัวเรา เรารับความผิดพลาดไม่ได้ เพื่อที่จะทำให้ตัวเรายังคงเป็นคนเก่งแบบนั้นในสายตาคนอื่น จนติดกับดักและรู้สึกทนรับความกดดันเหล่านั้นไม่ไหว..”

Continue reading “เหนื่อยมั้ยกับการที่ถูกมองว่าเป็นคนเก่งและถูกคาดหวังตลอดเวลา”