S-EP.03: Functional หรือ Technical เลือกสายไหนกันดี??

สำหรับตอนเริ่มต้นนั้น การที่เราต้องพิจารณาว่าลักษณะงานแบบไหนที่เราสนใจ รวมไปถึงการประเมินตัวเราว่าเราเหมาะกับงานประเภทไหน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพื่อที่จะทำให้เราสามารถเติบโตได้ในสายงานที่เราเลือกนั่นเอง

โดยปกติแล้วเราจะแบ่งประเภทของอาชีพใน SAP market ออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆคือ

1. Functional Consultant
2. และ Technical Consultant

บทความนี้เราจะมาคุยกันในเรื่องของความแตกต่างของงานแต่ละประเภทในสายงาน SAP รวมไปถึงอะไรคือคุณสมบัติที่เหมาะสมของคนที่จะทำงานในประเภทงานนั้นๆกันครับ..

__________________________________________________________________________

Functional Consultant

ลักษณะงาน:
  • หรือที่เรียกกันว่า Configurer, Configurator
  • ประสานงานและดำเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรวบรวมความต้องการของผู้ใช้งาน
  • นำเสนอวีธีการหรือขั้นตอนการทำงานและทางเลือกต่างๆ ที่เหมาะสมกับความต้องการ หรือ process งานนั้นๆ รวมไปถึงข้อดีและข้อเสียในแต่ละวิธีการ แต่ละทางเลือก
  • แนะนำหรือเสนอมุมมองจากประสบการณ์ที่ผ่านมา เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ใช้งานนำไปพิจารณาในการตัดสินใจต่างๆ
  • ออกแบบวิธีการตั้งค่าและทำการตั้งค่าต่างๆของระบบให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้งาน รวมถึงการทดสอบและการสอนวิธีการใช้งานแก่ผู้ใช้งาน
  • จัดทำเอกสารข้อกำหนดคุณสมบัติต่างๆ (functional specification) รวมทั้งหลักการและเหตุผลของการออกแบบระบบ

โดยคุณสมบัติของ functional consultant นั้น คนที่เป็น functional consultant ต้องมีความรู้เกี่ยวกับกระบวนการทำงานธุรกิจ (business processes) เช่น ความรู้ด้านบัญชีการเงิน (Financial), บัญชีการบริหาร (Controlling), ความรู้ด้านจัดซื้อ บริหารจัดการสินค้าและวัตถุดิบ (Material Management), ความรู้ด้านการวางแผนและการผลิต (Production Planning) หรือความรู้เฉพาะด้านอื่นๆ เป็นอย่างน้อย 1 ด้าน (1 functional area)

รวมไปถึงต้องเข้าใจความสามารถ (functions) ของระบบ เพื่อที่จะสามารถเข้าใจความต้องการของผู้ใช้งานต้องการรวมไปถึงข้อจำกัดต่างๆของตัวระบบ สำหรับการทำ Gap Analysis ในขั้นตอนต่อไป..

สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ความรู้ข้างต้นที่คนที่เป็น functional consultant ต้องมีคือทักษะการสื่อสาร และการทำงานร่วมกับคนอื่น ซึ่งในหลายๆครั้งทักษะนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่จะตัดสินว่าคนไหนที่สามารถเป็น consultant ที่ดีได้เลยทีเดียว..

Technical Consultant

โดยปกติ technical consultant จะสามารถแบ่งย่อยออกมาตามลักษณะความเชี่ยวชาญและสิ่งที่ต้องดูแลจัดการ โดยหลักๆจะถูกแบ่งออกเป็น

__________________________________________________________________________

Technical (Development)

ลักษณะงาน:
  • หรือที่เรียกกันว่า ABAPer
  • พัฒนาโปรแกรมหรือรายงานเพื่อตอบสนองความต้องการบางอย่างหรือขั้นตอนการทำงานเฉพาะของธุรกิจที่ระบบพื้นฐานไม่สามารถจัดการได้ ที่เรียกกันว่า WRICEF (Workflow, Reports, Interfaces, Conversions, Enhancements, and Forms)

โดยคนที่สนใจจะเป็น ABAPer นั้น ต้องเข้าใจ technical terms ของระบบ เพื่อใช้สำหรับการแปลงความต้องการของผู้ใช้งานมาอยู่ในรูปแบบของภาษา computer ดังนั้นความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมจึงเป็นสิ่งที่ต้องมี รวมไปถึงต้องเข้าใจภาษาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโปรแกรมบนระบบบด้วยเช่น ABAP, Java เป็นต้น

__________________________________________________________________________

Technical (Basis)

ลักษณะงาน:
  • หรือที่เรียกกันว่า Basis, Netweaver System Administrator, SAP Admin
  • ดูแลรักษาระบบในด้านการติดติ้ง การตั้งค่าต่างๆ เพื่อให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ตลอดเวลา ดังนั้นคนที่จะทำงานด้าน Basis จึงควรมีความรู้ด้านการจัดการระบบ operation system, database รวมไปถึง IT infrastructure

__________________________________________________________________________

Technical (Security and Authorization )

ลักษณะงาน:
  • หรือที่เรียกกันว่า SAP Security
  • รวบรวมความต้องการของผู้ใช้งานเพื่อนำมาออกแบบรูปแบบและจัดการสิทธิการทำงานของแต่ละผู้ใช้งาน

__________________________________________________________________________

BI Consultant

ลักษณะงาน:

ทำการวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งานเพื่อที่จะออกแบบรูปแบบของข้อมูลต่างๆ โดยใช้เครื่องมือการสร้างรายงานต่างๆ (SAP Business Intelligence Tools) เช่น SAP BI suite, Lumira, Crystal report

โดย BI Consultant ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการ ออกแบบรูปแบบข้อมูล (data modelling) การสร้างรูปแบบรายงาน (Report) การแสดงผลต่างๆ สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลไปวิเคราะห์ รวมไปถึงความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมและหลักการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย

__________________________________________________________________________

นอกเหนือจากสาย Functional หรือ Technical ที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วนั้น ยังคงมีอีก Role หนึ่งที่บรรดา Consultant หลายคนที่มีประสบการณ์การทำงานมาระยะหนึ่ง ต้องตัดสินใจว่าตัวเองนั้นต้องการก้าวขึ้นไปอีกขั้นในงานด้านบริหารมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งงานนั้นก็คือ งาน Project Manager นั่นเอง..

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าถ้าเรามีประสบการณ์การทำงานมาแล้วระยะเวลาหนึ่ง แล้วเราจำเป็นที่จะต้องทำงานในตำแหน่งของ Project Manager.. ซึ่งมี Consultant เก่งๆหลายคนที่ต้องการทำงานในส่วนของตัวเองเท่านั้นและอาจจะไม่ต้องการทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทีม, บริหารจัดการ project แต่ก็จะมีหลายๆคนที่ชอบเช่นเดียวกัน

Project Management

ลักษณะงาน:
  • หรือที่เรียกกันว่า PM หรือ Project Manager
  • บริหารจัดการ project ไม่ว่าจะเป็น new implementation project หรือ upgrade / roll-out projects ให้สามารถส่งมอบแก่ลูกค้าได้ตามความต้องการตาม ขอบเขต งบประมาณ และคุณภาพ ที่ได้ตกลงไว้กับผู้ใช้งาน (เราจะมาคุยกันถึงรายละเอียดของงาน project management กันต่อไปในบทความต่อๆไป)

ดังนั้นคนที่สนใจจะมาเป็น project manager นั้น ต้องมีความรู้ ความเข้าใจตัวระบบแลกระบวนการทางธุรกิจในภาพรวม รวมกับความสามารถด้านการบริหารจัดการ เพื่อให้ project นั้นๆสำเร็จลุล่วงไปได้ตามที่ตกลงและออกแบบไว้ในตอนเริ่มต้นนั่นเอง

To be updated..

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *